เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน หลังผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มเลี่ยงจ้างงาน
เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน หลังผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มเลี่ยงจ้างงานเด็กจบใหม่ เหตุขาดประสบการณ์-ทักษะ-มีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดีพอ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า สถานการณ์แรงงาน ไตรมาสที่ 1 ปี 68 ปรับตัวลดลง โดยภาคเกษตรกรรมมีการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง ส่วนนอกภาคเกษตรขยายตัวได้เล็กน้อย แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของ SMEs เพราะยังขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ซึ่งไทยมีสัดส่วนในการใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิตน้อยกว่าเพื่อนบ้าน อย่าง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย
อย่าางไรก็ตาม ไตรมาส 1 ปี 2568 มีผู้มีมีงานทำมีจำนวนทั้งสิ้น 39.4 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.5% เป็นจากการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมที่ลดลงอย่างต่อเนื่องที่ 3.1% ลดลง 5 ไตรมาสติดต่อกัน แต่นอกภาคเกษตรกรรมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5% โดยเฉพาะสาขาโรงแรม/ภัตตาคารที่ยังคงขยายตัวได้ 3.5% แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง เช่นเดียวกับสาขาขนส่ง/เก็บสินค้าที่ขยายตัว 4.5%
แต่ภาคการก่อสร้างหดต้ว 5.1% ตามกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว เช่นเดียวกับสาขาค้าส่ง ค้าปลีกที่หดตัว และสาขาการผลิต การจ้างงานลดลงมากในสาขาผลิตเครื่องดื่ม เครื่องหนัง และอุปกรณ์ไฟฟ้า
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 0.88% มีผู้ว่างงานประมาณ 3.6 แสนคน ซึ่งลดลงในกลุ่มจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่า อีกทั้งมีผู้เสมือนว่างงานอีกจำนวนกว่า 4.3 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 14.6%
เด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงาน
ตามข้อมูลพบว่า เด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงาน โดยผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence8
พบว่า ผู้บริหาร กว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งมากกว่าครึ่งมองว่าเด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ ในโลกแห่งความเป็นจริง (60%) ไม่มีทักษะที่เหมาะสม (51%) ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม (55%) และยังมีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดีนัก (50%)
โดยเลือกที่จะจ้างฟรีแลนซ์หรือพนักงานที่เกษียณไปแล้วทดแทน หรือปล่อยให้ตำแหน่งว่าง
สอดคล้องกับมุมมองของผู้ประกอบการไทย จากข้อมูลการวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ของ TDRI ที่พบว่า มีตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเพียง 22.3% ที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงานจากผู้สมัคร สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการมีทักษะและความเข้าใจในการทำงานจริง สอดคล้องกับอัตราการว่างงานในแรงงานกลุ่มอายุน้อยและแรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ดังนั้น เพื่อให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน แรงงานจบใหม่จึงควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน
ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรวมถึงส่งเสริมการฝึกงานเพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษา
เด็กจบใหม่มีแนวคิด work–life balance
ขณะเดียวกัน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เด็กจบใหม่มีแนวคิดอีกแบบหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับ work–life balance และอยากหันไปเป็นผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น โดยมองว่ากลุ่มที่จะเข้าไปทำงานในระบบการจ้างงานกับบริษัทต่างๆ คือ
1. ต้องเข้าใจระบบการทำงานจริง ซึ่งเมื่อเกิดการจ้างงานแล้วต้องทำงานอย่างเต็มที่
2. ทักษะการทำงานเป็นทีม / การติดต่อสื่อสาร รวมถึงมารยาททางธุรกิจ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการฝึกฝน
3. ต้องมีความสามารถในการทำงานในอาชีพที่เลือกสมัครงาน
4. การคิดวิเคราะห์และการคิดเชิงสร้างสรรค์ทำให้งานดีขึ้นถือว่าสำคัญ
5. ควรมีความยืดหยุ่นในการทำงานระดับหนึ่ง
ส่วน ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสหนึ่ง ปี 2568 ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 14,273 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสหนึ่งปี 2567 เพิ่มขึ้น 3.5% เช่นเดียวกับค่าเฉลี่ยของแรงงานในระบบอยู่ที่ 15,565 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.4%
และเมื่อพิจารณาค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมจะอยู่ที่ 16,246 บาทต่อคนต่อเดือน ลดลงเล็กน้อย 0.8%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB